November 24, 2009

หากหัวใจคล้ายห้องว่าง

เรื่อง ว.วชิรเมธี

ความสำคัญของใจที่มีผลเหนือกายนั้นมีตัวอย่างมากมาย อภิปรายกันไม่รู้จบ เช่นวันหนึ่งเมื่อมีนักข่าวสัมภาษณ์ว่า ไทเกอร์ วู้ด มีเคล็ดลับในการตีกอล์ฟอย่างไร จึงตีได้แม่นเหมือนจับวางทุกครั้ง เขาตอบสั้นๆ ว่า ผมจินตนาการเห็นลูกกอล์ฟลอยละลิ่วลงหลุมก่อนที่ผมจะเริ่มตีมันเสียอีก” คำตอบของนักกอล์ฟอัจฉริยะสะท้อนว่าใจของเขานั้นไม่ได้สั่งได้เฉพาะกายคือมือของเขาเท่านั้น แม้แต่ไม้ตีกอล์ฟเอง ก็หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เข้าทำนอง กระบี่อยู่ที่ใจ ใจอยู่ในกระบี่ โดยแท้

ครั้งหนึ่งมีการทดลองกันในทางจิตวิทยาว่า ใจสำคัญต่อกายจริงหรือไม่ นักจิตวิทยาร่วมมือกับนายแพทย์ท่านหนึ่ง ไปตรวจร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักถึงโรงยิม เมื่อไปถึง นายแพทย์ก็ตรวจวัดร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักคนหนึ่ง ซึ่งมีร่างกายที่แข็งแรงมาก เขากำลังฝึกยกน้ำหนักอยู่พอดี เมื่อไปถึงนายแพทย์ใช้ปรอทวัดไข้อยู่สักพักหนึ่ง รอไม่กี่นาที ท่านก็รายงานด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า นักกีฬาคนนี้กำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะตรวจพบ บางอย่าง ในร่างกาย ขอให้งดการฝึกซ้อม ฃเอาไว้ก่อน พอนายแพทย์พูดจบ นักกีฬาร่างล่ำบึ้กมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที เขายกน้ำหนักต่อไปไม่ไหว ยกอย่างไรก็ไม่เป็นที่พอใจ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด เขาจึงขออนุญาตลากลับไปพักหลายวัน

ต่อมานายแพทย์และนักจิตวิทยา จึงขอโทษนักกีฬาคนนั้น พร้อมทั้งบอกความจริงว่า ผลการตรวจสุขภาพไม่เป็นอันตรายอย่างที่เป็นกังวลสักนิด ที่แจ้งผลไป ก่อนหน้านั้น เป็นเพียงการทดลองอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทั้งครูฝึก นักจิตวิทยา และนายแพทย์ร่วมมือกันและรู้กันมาแต่ต้นอยู่แล้ว ทันทีที่ทราบผลว่า ตนไม่เป็นอะไร วันรุ่งขึ้นนักกีฬาคนนั้นก็มาฝึกซ้อมต่อและคราวนี้เขาสดชื่นรื่นเริงอย่างเห็นได้ชัด การทดลองคราวนี้ ก็สะท้อนหลักการที่ว่า ใจเป็นอย่างไร ร่างกายเป็นอย่างนั้น จริงๆ

ความจริง ในชีวิตของคนเรานั้น หากสังเกตให้ดีเราจะพบว่า พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงผลออกมาทางกายนั้น ล้วนได้รับอิทธิพลของใจทั้งสิ้น คนที่มีสีหน้าสดชื่น ผ่องใส ใจเย็นโดยธรรมชาติ (ไม่ใช่ใสเพราะฝีมือหมอ) ก็เพราะลึกๆ แล้ว เขาไม่มีความเครียดเจือปนอยู่ในใจ คนที่หงุดหงิดงุ่นง่าน ก็เพราะในใจเขาเต็มไปด้วยความกังวล คนที่มีพฤติกรรมฉ้อฉล คอรัปชั่น ก็เพราะใจเขามี ไถยจิต ซึ่งแปลว่า จิตที่มีธาตุแห่งความเป็น หัวขโมย แฝงอยู่ คนที่สู้ชีวิต ก็เพราะใจเขาเปี่ยมด้วย ปรักกมธาตุ ซึ่งแปลว่า ใจนักสู้ อยู่ข้างใน ส่วนคนที่เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน ก็เพราะข้างในของเขา หมักหมมอยู่ด้วยไฟริษยานั่นเอง นอกเป็นอย่างไร ก็สะท้อนว่าใจเป็นอย่างนั้น กาย จึงเป็นเหมือนเงาสะท้อนของใจ

ใจ ของเรานั้น ไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เมื่อเราใส่อะไรเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่านั้น สถานภาพของห้องก็จะเปลี่ยนไปทันที เป็นต้นว่า เรามีห้องว่าง
เปล่าอยู่ห้องหนึ่ง เมื่อ – -
เราใส่น้ำเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องน้ำ
เราใส่พระพุทธรูปเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องพระ
เราใส่เครื่องมือปรุงอาหารเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องครัว
เราใส่เครื่องนอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องนอน
เราใส่ชุดรับแขกเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องรับแขก
เราใส่บุคคลสำคัญเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องวีไอพี
ห้องแห่งหัวใจของเราก็ไม่ต่างอะไรกับห้องว่างเปล่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลย ทุกครั้งที่เราบรรจุอะไรเข้าไปในใจ ใจของเราก็จะเปลี่ยนสถานภาพเหมือนกัน


เราใส่ความเมตตาเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจดี
เราใส่ธรรมะเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจบุญ
เราใส่ความโกรธเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจร้อน
เราใส่ความเลวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจทราม
เราใส่ความกลัวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจเสาะ
เราใส่ความเป็นนักสู้เข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจสู้
เราใส่ความขาดสติเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจลอย

เห็นด้วยกับผู้เขียนหรือไม่ว่า ใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือกาย เป็นสิ่งที่คอยออกแบบชีวิตของเราให้เป็นไปอย่างไรก็ได้

พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า
ใจเป็นนาย ใจเป็นผู้นำ ใจเป็นผู้สร้างสรรค์…
หรือบางทีก็ตรัสว่า จิตฺเตน นียติ โลโก แปลว่า โลกหมุนไปตามใจสั่งการ โลกในที่นี้ หมายถึง ชีวิตของเรานั่นเอง โลกคือชีวิต จะหมุนซ้าย หมุนขวา หมุนตรงหรือหมุนเอียง หมุนไปข้างหน้า หรือว่าหมุนไปข้างหลัง ทั้งหลายทั้งปวงนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของใจทั้งหมดทั้งสิ้น

ใจของเราไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เราบรรจุอะไรลงไป ชีวิตของเราก็เป็นไปตามสิ่งที่บรรจุนั้น ทุกวันนี้ เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า เราบรรจุอะไร ลงไปในห้องแห่งหัวใจของเราบ้าง ความรู้ ความงมงาย ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความดี ความชั่ว ความริษยา ความหน้าด้าน ความสะอาด สว่าง สงบ หรือความตื่นรู้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร รุ่งโรจน์หรือร่วงโรย ขึ้นสูงหรือลงต่ำ สำคัญที่เราบรรจุอะไรลงไปในใจของเราเอง

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Livingetc ฉบับภาษาไทย

November 9, 2009

ยันต์ห้าแถว

ความหมายของยันต์ห้าแถว

  • แถวที่ 1 จะช่วยให้ผลดีทางแก้ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย ทางสามแพ่ง ซอยตัน ประตูตรงกันหรือธรณีศาลต้องโทษ
  • แถวที่ 2 จะหนุนดวง เช่น ดวงตก ดวงขาด พระศุกร์เข้าพระเสาร์แซก ทำอะไรก็ไม่ดี จะทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี
  • แถวที่ 3 กันของจำพวกคุณไสย กันคนปล่อยของ ถูกของ กันผี กันสาง กันเสนียดจันไร ยกตัวอย่างเช่น คนที่ถูกรถชนตายหรือตายก่อนกำหนด วิญญาณไม่ไปผุดไปเกิด เร่ร่อนอยู่ตามถนนหนทางได้รวมตัวกันที่ทางสามแพร่งหรือทางสามแยก เวลาเราขับรถผ่านสถานที่นั้น วิญญาณพวกนี้จะมาบังตาทำให้เกิดอุบัติเหตุ แถวที่ 3 ป้องกันได้ดีนัก
  • แถวที่ 4 เป็นแถวแห่งโชคลาภและความสำเร็จ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ช่วยให้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี
  • แถวที่ 5 เป็นแถวแห่งเสน่ห์มหานิยม เป็นที่เมตตาของคนที่พบเห็น

October 6, 2009

คำสอน..คำคมของท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้ฯ โดยคุณ:หะ-เมียว pantip

คำตอบ คำสอน ของท่าว.วชิรเมธี ทางรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย

  • (1) ว่าถึงเรื่องการดั้นด้นตามไหว้พระวัดดังๆ ของชาวพุทธบางกลุ่ม: ท่านสอนว่า “ไหว้พระตามแนวพุทธ ไหว้ด้วยใจ”
  • (2) เรื่องการฆ่าสัตว์เล็กๆ ที่เราไม่เองไม่รู้ตัว: ท่านสอนว่า ” กรรมไม่มี บาปไม่มี หากไม่ได้เจตนา ให้ดูที่เจตนาเป็นสำคัญ”
  • (3) เรื่องการดูหมอ : ท่านกล่าวว่า ” คนที่รู้จักตัวเอง ไม่จำเป็นต้องหาหมอดู.. ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” ท่านไม่เชื่อเรื่องหมอดู แต่ท่านเชื่อ กฎแห่งกรรม กฎแห่งการกระทำ กฎที่บอกว่า ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวเรา
  • (4) การห้อยพระ: ท่านกล่าวว่า “กฎแห่งกรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นหมัน เพราะง้างกับกฎแห่งกรรม ” วู้ดดี้เลยโยงถึงเรื่อง ธุรกิจพิมพ์พระ ซึ่งท่านกล่าวว่า “บาปไม่บาปให้วัดที่เจตนา  หากมีเจตนาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ไม่บาป”
  • (5) การแก้กรรม: ท่านกล่าวว่า “คนไทยชอบแก้กรรม เหมือนเราถูกมัดไว้แล้วต้องมานั่งแก้ กรรมคือตัวความคิดของเรา ง่ายนิดเดียวคือการเปลี่ยนความคิด” และท่านเสริมว่า หลายสิ่งหลายอย่างพิสูจน์ไม่ได้ในห้องแล็บ ของพวกนี้ไม่ได้เห็นด้วยตา แต่เห็นด้วยปัญญา สิ่งสำคัญไม่ใช่โลกหน้ามีรึไม่มี แต่โลกนี้มีอยู่จริงและเราใช้ชีวิตอย่างไร
  • (6) พุทธพาณิชย์ : ท่านกล่าวว่า “ให้วัดที่เจตนา.. หากท่านพิมพ์คำเทศน์ คำสั่งสอนเป็นหนังสือ อ่านกันได้ทั่วโลก กำไรคือสติ ปัญญา การหายโง่ งมงาย ไม่ใช่พุทธพาณิชย์  หาวัดกำไรเป็นเม็ดเงินนั่นแหละคือพุทธพาณิชย์”
  • (7) เรื่องค่าตัวท่านในการนิมนต์เทศน์ : ท่านกล่าวว่า “ท่านเป็นพระ ไม่มีต้นสังกัด ไม่มีค่าย ท่านเป็นต้นสังกัดของตัวท่านเอง เวลานิมนต์อย่าถามเรท ถ้าท่านว่างและเห็นว่าเป็นประโยชน์ ท่านก็ไปให้” ท่านยังเสริมอีกว่า ถ้าคุณเป็นคนดี นั่นก็บรรลุวัตถุประสงค์ของการมีวัด วัดอยู่ที่ใจคุณแล้ว
  • (8) คำถามจากผู้ชมทางบ้าน:
  1. ถ้าเราไม่เคารพพระที่เราไม่ชอบ เพราะประพฤติมิชอบ บาปไหม ท่านตอบว่า “ถ้าไม่มีความดีให้เราเคารพ ก็ไม่ควรเคารพ ไม่เสียหายอะไร คนเราจะเคารพคนที่สูงกว่าเรา ดีกว่าเรา เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราไปเคารพคนที่ไม่ควรเคารพ อันนี้บาป
  2. ถ้านำแกนนำเหลือง-แดงมาให้ท่านเทศน์ ท่านจะเทศน์อย่างไร ท่านฝากไว้สองข้อว่า

– อย่าเห็นแก่ตัว จนไม่เห็นหัวประเทศไทย

- ต้องยอมถอย เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า

  • (9) คนเราจิตตก จะมีวิธีแก้อย่างไร: ท่านสอนว่า “จิตตก ก็ยกจิต ต้องออกจากสภาพแวดล้อมแบบนั้น หาหนังสือธรรมอ่าน..” ท่านยังเสริมถึงเรื่องกัลยาณมิตร คือเพื่อนแท้ ที่คนจิตตกควรมีและสร้างให้มีได้ ส่วนปาปะมิตรคือเพื่อนเลว ที่ดีงชีวิตเราให้ต่ำลง
  • (10) มาหาพระพุทธเจ้าอย่าขอ แต่บอกว่า พระพุทธองค์จะเป็นต้นแบบของเรา ท่านมีหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจ พระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ การลงมือทำเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
  • (11) บุคคลต้นแบบของท่าน ว.วชิรเมธี
  1. พระพุทธเจ้า
  2. ท่านพุทธทาสภิกขุ – เป็นแรงบันดาลใจในการคิดนอกกรอบ กล้าคิดกล้าทำ ยินดีที่จะพูดความจริงโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตาย
  3. พระพรหมคุณาภรณ์ – มีความแม่นยำในพระธรรมวินัย ท่านเป็นพระที่ไม่ได้จบจากนอก แต่ท่านสามารถสอน ที่ ม. Harvard
  4. หลวงพ่อชา สุภัทโท – ท่านเจริญรอยตามหลวงพ่อชา จนมีอาศรมอิสรชน
  5. ท่านดาไล ลามะ – ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมดีเลิศ ท่านเป็นพระที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวโลก จนชาวโลกรู้สึกได้
  6. ท่านติช นัท ฮันท์ – พระชาวเวียดนาม
  • (12) พูดถึงกิเลสที่ทำให้เกิดความอยาก : ท่านกล่าวว่า “ความอยากมี 2 อย่าง  หนึ่งอยากเพราะถูกกดดันด้วยตัวกิเลส และสอง อยากเพราะถูกผลักดันโดยปัญญา อย่างหลังเป็นความอยากที่ถูกต้อง
  • (13) เรื่องการระงับอารมณ์ทางเพศของพระ: ท่านกล่าวว่า ความสุขทางเพศรสเป็นความสุขขั้นต่ำ ของบันไดความสุข กามอารมณ์เกิดจากความคิด ถ้าเราไม่ต่อยอดความคิด ความรู้สึกทางกามอารมณ์ก็ไม่มีตัวตน ท่านอธิบายขั้นของความสุขไว้ว่า ปัญญาสุข คือความสุขจากการแสวงหาปัญญา  สมาธิสุขคือความสุขจากการนั่งสมาธิ ทำจิตให้สงบ สารแห่งความสุขจะแผ่ไปทั่วร่าง และความสุขสุดยอดคือนิพพานสุข เป็นความสุขตลอดกาล เป็นความสุขที่ปราศจากกิเลสทั้งปวง

ขอ ความสุขทาง “ธรรม” จงบังเกิดแก่ผู้อ่านทุกท่านคะ

September 30, 2009

ไหลเรือไฟ “เฮือไฟ”

ประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งที่ชาวอีสานสืบทอดปฏิบัติในเทศกาลออกพรรษา ทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตามแม่น้ำลำคลอง จังหวัดที่มีการไหลเรือไฟปัจจุบันคือ จังหวัดศรีสะเกษ สกลนคร นครพนม หนองคาย เลย และอุบลราชธานี โดยเฉพาะชาวนครพนมนั้นถือเป็นประเพณีสำคัญมาก เมื่อใกล้จะออกพรรษาชาวบ้านจะแบ่งกันเป็น “คุ้ม” โดยยึดถือเอกชื่อวัดใกล้บ้านเป็นหลักในการตั้งชื่อคุ้ม เช่น ถ้าอยุ่ใกล้วัดกลางก็จะเรียกกันว่า “ชาวคุ้มวัดกลาง” ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ก็จะจัดให้มีการแข่งเรือ ส่วงเฮือ แห่ปราสาทผึ้ง และการไหลเรือไฟ

เรือไฟ หรือภาษาถิ่นเรียกกันว่า “เฮือไฟ” นี้เป็นเรือที่ทำด้วยต้นกล้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ 5 – 6 วา ข้างในบรรจุขนม ข้าวต้มผัดหรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูปเทียน ตะเกียง ขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ ซึ่งเรียกว่า การไหลเรือไฟ หรือ ปล่อยเฮือไฟ

มูลเหตุของการไหลเรือไฟมีคตินิยมเช่นเดียวกับการลอยกระทง แต่เป็นการลอยกระทงก่อนที่อื่น 1 เดือน โดยมีความเชื่อกันหลายประเด็นคือ

  • ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้ ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที
  • ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพระรัตนตรัย
  • ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาคุณพระแม่คงคา
  • ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพญานาค

ไหลเรือไฟ

ชาว นครพนมได้ผสมผสานความเชื่อถือในการไหลเรือไฟไว้ด้วยสาเหตุหลายอย่าง และเนื่องจากลักษณะทำเลภูมิประเทศแม่น้ำโขงหน้าเมืองนครพนมนั้นสวยงามมาก โดยเฉพาะในวันเพ็ญ เดือน 11 ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศเย็นสบาย ชาวนครพนมจึงได้ร่วมใจกันฟื้นฟูประเพณีไหลเรือไฟให้เป็นประเพณีสำคัญของ จังหวัดเมื่อ พ.ศ. 2523 มีงานรวม 4 วัน ตั้งแต่วันขึ้น 12 -15 ค่ำ แต่วันที่สำคัญที่สุดคือ วันสุดท้าย ซึ่งเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 มีการไหลเรือไฟลงสู่แม่น้ำโขงอย่างมโหฬาร

พิธีและกิจกรรม ก่อน ถึงวันงานไหลเรือไฟ ชาวคุ้มวัดจะช่วยกันประดิษฐ์ตกแต่งเรือไฟด้วยต้นกล้วย ไม้ไผ่หรือวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถลอยน้ำได้ ให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือมีความยาวไม่น้อยกว่า 6 เมตร จะประดิษฐ์เป็นรูปเจดีย์ วิหาร หงส์ นาค ครุฑ หรือรูปอย่างใดก็ได้ที่คิดว่าสวยงาม มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อความสวยงามและเพื่อให้การจุดประทีป โคมไฟอยู่ได้ทนทาน เมื่อถึงวันงาน ภาคกลางวันก็จะมีขบวนแห่ไหลเรือไฟบก ซึ่งนำขึ้นไปวางบนพาหนะล้อเลื่อนต่าง ๆ แล้วเข้าขบวนแห่แหนทุกคุ้มวัดพร้อมกัน โดยมีการแสดงพื้นบ้านประกอบขบวนอย่างสนุกสนานสวยงาม ในขณะนั้นคณะกรรมการตัดสินก็จะให้คะแนนผู้ที่จัดส่งเรือไฟเข้าประกวดด้วย ขบวนแห่เรือไฟในภาคกลางคืน ก็จะมีการทำพิธีกรรมทางศาสนา เช่น กราบพระ รับศีล ฟังเทศน์ และการกล่าวบูชารอยพระพุทธบาท ต่อจากนั้นจึงนำเรือไฟไปลงน้ำ และเริ่มจุดประทีปโคมไฟแล้วปล่อยให้ล่องไปตามแม่น้ำโขงลงไปทางทิศใต้

September 29, 2009

เสน่ห์ผ้าทอเสน่ห์ผ้าไทย

ผ้าไทยแท้ๆ ผ่านฝีมือดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของเมืองไทย มีถึง 30 ชุด อยากเชิญชวนคนไทยให้ไปดูงานนิทรรศการซึ่งมีอยู่ที่ ร้านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ สาขาพระบรมมหาราชวัง ได้ถึงวันที่ 27 ต.ค.นี้

แล้วทุกท่านจะเห็นว่าผ้าไทย ผ้าทอนั้นมีเสน่ห์ขนาดไหน

เสน่ห์ผ้าทอผ้าไทย

September 29, 2009

วิทยุ CD MP3 ของ Jazz

วิทยุ CD MP3 ของรุ่น S และ V หรือ SV คือของรุ่น V หรือ SV นั้นมันสามารถต่อกับ USB Memory ได้

วิทยุ new jazzข้อดีของเครื่องเล่นที่สามารถต่อ USB Memory

  • ข้อแรกไม่ต้องมานั่งไรท์แผ่น สะดวกรวดเร็วกว่า
  • ไม่ต้องลุ้นว่าแผ่นที่ไรท์มาจะอ่านได้หรือไม่ได้ หลายครั้งที่ไรท์แผ่นมา แผ่นกลับเสียเล่นไม่ได้ ทำให้เสียอารมณ์
  • แผ่นที่ไรท์มาเมื่อไม่ใช้งานต้องเก็บรักษาอย่างดีนะเป็นรอยเดี๋ยวเครื่องเล่นจะอ่านไม่ออก
  • ความจุของแผ่น มันน้อย – เดี๋ยวนี้ USB Memory ขนาดความจุ 4G ราคาประมาณ 400 เอง -
  • ช่วยลดโลกร้อน ลดการสร้างขยะ (แผ่น CD)

September 9, 2009

สมาชิกใหม่ของบ้าน New Jazz

  • ได้เวลาพาสมาชิกใหม่เข้าบ้านแล้วค่ะ  เป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งบ้านเลยค่ะ โดยเฉพาะหลานๆ หน้าตา สมาชิกใหม่ของบ้านค่ะ

new jass

September 9, 2009

My Idol

Bandit

  • คุณถามหัวใจคุณว่าอยากทำอะไร ชอบอะไรมากที่สุด
  • ตั้งเป้าหมายให้สูง อะไรก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้น
  • เดินหน้าตามความฝันของคุณ
  • อย่าหยุด
  • ห้ามล้มเลิก

September 7, 2009

หมูชะมวง ของโปรด

  • เตรียมใบชะมวง นำใบชะมวงมาฉีก

หมูชะมวง007หมูชะมวง014

  • เตรีม หอม กระเทียม ข่า ตะไคร์นำมาหั่นเป็นแว่นๆ  แล้วนำไปตำให้ละเอียด ตักพักไว้

หมูชะมวง019หมูชะมวง020

  • เตรียมพริกแห้ง นำมาล้างแล้วผ่าเอาเม็ดออก แล้วนำไปโขลกให้ละเีอียด ใส่กะปิลงไปโขลกด้วยกัน

หมูชะมวง022หมูชะมวง025หมูชะมวง031

  • เตรียมหมู โดยการหั่นหมูเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า  ใส่ซอสหอยนางรม รสดี แล้วคลุกหมูพักไว้

หมูชะมวง017

  • นำกะทะตั้งไฟ แล้วนำหอม กระเทียม ข่า ตะไคร์  พร้อม พริกแห้ง+กะปิที่โขลกไว้ ลงไปผัดในกะทะ จนได้ที่

หมูชะมวง036

  • นำหมูที่หมักไว้ ลงไปผัดด้วยกัน ปรุงรสด้วย น้ำตาลอ้อย  น้ำตาล ซี๋อิ๋วดำ

หมูชะมวง040หมูชะมวง041

  • นำใบชะมวงลงไปผัด

หมูชะมวง042

  • พอได้ที่ ตักใส่หม้อ แล้วเติมน้ำ นำไปเคี่ยวไฟอ่อนๆ 30 นาที

หมูชะมวง044

  • เคี่ยวเสร็จหน้าตา ก็ออกมาแบบนี้ แล้วปรุงรสตามชอบ

หมูชะมวง047

  • อร่อยมากๆ เลย ชิมแล้ว